การสร้างงาน 3D ทางสถาปัตยกรรม

             เริ่มต้นสำหรับการสร้าง 3D ทางสถาปัตยกรรม เราควรจะเข้าใจพื้นฐานโครงสร้างของอาคารก่อนดังนั้นใน Article ชิ้นนี้จะเริ่ม จากการอธิบายส่วนต่างๆของโครงสร้างอาคาร เพื่อเป็นแนวทางในการทำความเข้าใจเพื่อนำไปใช้ ในการทำงาน 3D ต่อไป โดยจะแบ่งโครงสร้างออกเป็น

 (1) โครงสร้างของอาคาร
     จะเป็นส่วนที่พยุงตัวอาคารเพื่อทำให้อาคารสามารถ ตั้งอยู่ได้โดยตัวเอง เปรียบเทียบกับร่างกายของมนุษย์ เปรียบได้กับ โครงกระดูกโครงสร้างของอาคารได้แก่ เสา คาน
(2) ส่วนปกคลุมอาคาร
     ในส่วนนี้นั้นเป็นเพียงส่วนที่ปกครุมอาคารเพื่อที่จะป้องกันสภาพอากาศตามธรรมชาติหรือแบ่งพื้นที่การใช้งานเท่านั้นไม่ได้มีส่วนช่วยในการ รับน้ำหนักของอาคารแต่อย่างใด เปรียบกับร่างกายของมนุษย์ได้กับ ผิวหนัง ส่วนปกครุมอาคารได้แก่ ผนัง

             ส่วนแรกของอาคารที่เราจะแนะนำก็คือเสา สำหรับเสานั้นเป็นส่วนหลักโครงสร้างของอาคาร โดยที่เสานั้นจะทำหน้าที่ยึดโครงสร้างของอาคาร ในทางแนวตั้ง ดังจะเห็นได้จากรูปตัวอย่าง

             สำหรับวัสดุที่ใช้ในการทำเสาส่วนใหญ่ในบ้าน เราส่วนใหญ่จะนิยมใช้ ค.ส.ล. ( คอนกรีตเสริมเหล็ก ) นอกจาก ค.ส.ล. ที่ใช้ทำเสาแล้ว ยังมีวัสดุอื่นอีกได้แก่ ไม้, เหล็ก

             ขนาดของเสาสำหรับบ้านโดยทั่วไปจะมีขนาดของ เสาจริงนั้น 20 x 20 ซม. ก็เพียงพอต่อการรับน้ำหนัก ของบ้านได้แล้ว แต่ในบางครั้งจะเห็นว่า ขนาดของเสามี ขนาดใหญ่กว่า 20 x 20 ซม. เสาประเภทนี้จะเรียกว่า "เสาหลอก" ซึ่งเสาประเภทนี้ ในแกนกลางของเสาหลอกนั้น จะเป็นเสาจริงที่มีขนาดตามมาตราฐาน โดยแกนจะให้ ค.ส.ล. ส่วนที่ใหญ่กว่ามาตราฐานนั้นจะเป็นส่วนของปูนฉาบ ทับไว้โดยส่วนที่เกินมานั้นไม่ได้มีส่วนในการรับน้ำหนักของ อาคาร เพียงแต่เป็นการตกแต่งเท่านั้นเอง

             ส่วนถัดมานั้นเราจะเรียกว่า "เสาเอ็น" เป็นเสาสำหรับยึดผนัง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับผนัง เพราะว่าตัวผนังถ้าไม่มีเสาเอ็นแล้วมี ระยะยาวมากๆ เมื่อเราผลักผนังที่ไม่มี เสาอ็นจะทำให้ผนังล้มลงมาได้เนื่อง จากผนังรับน้ำหนักตามแรงดึงดูด ของโลกแต่ไม่สามารถรับแรงทาง ด้านข้างได้ดังนั้นเสาเอ็นจึงมาช่วยใน ในส่วนนี้

             ระยะในการวางตำแหน่ง เสาเอ็นนั้น จะวางทุกๆ 3.00 เมตร ระหว่างเสา ถ้าระยะห่างของเสานั้นมี ระยะห่างน้อยกว่า 3.00 เมตรก็ไม่จำ เป็นต้องมีเสาเอ็น ขนาดของเสาเอ็น จะมีขนาดเท่ากับผนัง ส่วนใหญ่จะมี ขนาด 10 x 10 ซม.

             แต่ในการทำงาน 3D ไม่จำเป็น ต้องทำเสาเอ็นให้เห็นเพราะ เสาและผนังนั้นจะถูก ฉาบด้วยปูนอีก ชั้นหนึ่ง

             คาน จะเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างอาคารที่จำเป็นต้องมี และจะเชื่อมต่อกับเสาโดยวัสดุที่ใช้ ส่วนใหญ่จะเป็นวัสดุชนิดเดียวกัน กับเสา เช่นถ้าเสาทำด้วย ค.ส.ล. คานก็จะทำด้วย ค.ส.ล. เหมือนกันเพื่อความแข็งแรงของโครงสร้าง แต่ในบางครั้งวัสดุอาจแตกต่างกันได้ เพียงแต่การรับน้ำหนักจะไม่ดีเท่าที่ควร สำหรับคานนั้นจะทำหน้าที่รับน้ำหนักทางแนวนอน ขนาดของคานโดยทั่วไปนั้นจะมีความกว้าง ของหน้าตัดนั้นต้องมีการคำนวนอยู่นิดหน่อย แต่ในบ้านโดยทั่วไปนั้นจะมีขนาดของหน้าตัด กว้างประมาณ 15 ซม. ส่วนความลึกของคาน นั้นจะอยู่ประมาณ 40 - 60 ซม. และคานจะต้องพาดระหว่างเสาถึงเสา เพื่อทำให้โครงสร้างรับแรงได้อย่างสมบูรณ์

             ในภาพที่เห็นจะเป็นส่วนของโครงสร้างโดย มีส่วนประกอบย่อยก็คือ เสาและคาน โดยจะรวมกันทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักของอาคาร เปรียบเสมือนกับ โครงกระดูกของมนุษย์ โครงสร้าง ของอาคารนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอันดับแรกเพื่อที่จะทำให้ อาคารสามารถตั้งอยู่ได้โดยตัวเอง

             ส่วนถัดไปที่จะทำการอธิบายนั้นจะเป็นส่วน ที่ทำหน้าที่ปกคลุมของอาคาร และแบ่งพื้นที่ใช้สอย เพื่อให้เห็นขอบเขตชัดเจน เป็นสัดส่วน และมีความเป็นส่วนตัว

             มาถึงส่วนที่เป็นส่วนแบ่งแยกระหว่างชั้น คือ " พื้น " สำหรับพื้นนั้นจะมีลักษณะก่ำกึ่งระหว่าง ส่วนปกคลุมอาคารกับโครงสร้างอาคาร ที่กล่าวเช่นนี้เพราะ พื้นมีหน้าที่รับน้ำหนักของ ผู้ที่อยู่ในอาคารกับเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ แต่ไม่ได้มีหน้า ที่หลักในการรับน้ำหนักโครงสร้างของอาคารเหมือน เสาหรือคาน ถึงแม้ว่าลักษณะวัสดุที่ใช้จะเหมือนกัน เสาและคาน คือ ค.ส.ล. เพราะ ค.ส.ล. เป็นวัสดุที่รับแรงดัน และแรงดึงได้ดี หรือในบางครั้งเราจะเห็นว่าเราใช้วัสดุอื่นในการทำ พื้นเช่นไม้

             ความหนาของพื้นส่วนใหญ่ถ้าเป็นวัสดุที่ทำ ด้วย ค.ส.ล. จะมีความหนาประมาณ 10 ซม. และจะมีส่วนที่ปิดทับตัวพื้น ค.ส.ล. อีกชั้นเพื่อให้เกิดความสวยงาม วัสดุที่ใช้ปิดทับนั้นมีหลายอย่าง เช่น กระเบื้องยาง, กระเบื้อง, พื้นไม้ปาร์เก้, ฯลฯ

             ผนังจะเป็นส่วนแบ่งแยก พื้นที่การใช้งานทางแนวตั้ง วัสดุที่ใช้ นั้นจะเป็นการก่ออิฐ แล้วฉาบทับอีกชั้น หนึ่งด้วยปูน แต่ในบางครั้งเราจะเห็นว่า ในบางที่จะมีการ โชว์การก่อผนังอิฐโชว์ โดยตรง หรือในบางครั้งสำหรับผนังที่ ฉาบด้วยปูนจะมีการตกแต่งหลาย ลักษณะ เช่น ทาสี หรือแม้แต่ติด Wallpaper ตามแต่ความต้องการของเจ้าของบ้าน

             ในอีกลักษณะที่เราเห็นบ่อยๆ คือกระจก ในอาคารสมัยใหม่บางครั้ง จะมีการนำกระจกมากั้นแบ่งพื้นที่ การใช้สอย ดังนั้นหน้าที่ของกระจกที่ ทำการแบ่งพื้นที่ใช้สอยนั้นอีกนัยนึง ก็คือผนังนั่นเอง

 

             สำหรับผู้ที่ต้องการหาราย ละเอียดเพิ่มเติมจากนี้สามารถหาอ่าน รายละเอียดเพิ่มเติมได้จากหนัลสือเขียนแบบก่อสร้างและ หนังสือวัสดุก่อสร้าง เพราะว่าในบทความนี้เพียงแต่แนะนำ พื้นฐาน แต่ไม่ได้กล่าวในรายละเอียด มากนักเพียงแค่ปูนทางเพื่อเพิ่มความ เข้าใจพื้นฐานของสถาปัตยกรรม และเป็นแนวทางสำหรับใช้ทำงาน 3D ทางด้านสถาปัตยกรรมต่อไป ในบทความต่อไปเราจะเริ่มเข้าสู้ขั้นตอนการทำงาน 3D โดยใช้โปรแกรม 3ds MAX